REVIEW Projector EPSON EB-W31

REVIEW Projector EPSON EB-W31 คุณภาพของภาพที่น่าประทับใจ

วันนี้ผมจะมาพูดถึงอีกหนึ่งแบรน คุณภาพที่ มีรุ่นน้องใหม่เข้ามา นั้นคือ Epson EB-W31 ครับ เป็นรุ่นน้องของ EB-W28 นั้นเอง แต่มีความสว่างที่มากขึ้นเป็น 3200 ANSI และค่าคอนทราสที่เพิ่มขึ้น ถึง 15,000:1 เลยทีเดียว และหน้าตารุ่นน้องเปลี่ยนจากรุ่นพี่ ดูหล่อขึ้นอย่างมากเลย

Epson EB-W28                                     Epson EB-W31

เห็นหน้าคร่าตากันไปแล้ว เรารองมาดูการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นกันบ้างดีกว่าครับ Home Screen สามารถเข้าถึงและดูฟังก์ชั่นที่ใช้งานบ่อยได้ทันทีผ่านหน้าจอหลัก ดูข้อมูลทั้งหมด จากทุกแหล่งข้อมูลได้อย่างสะดวกสบาย และข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการจะแสดง ผ่านหน้าจอหลัก และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ง่ายดายอย่างไม่เคยมีมาก่อน

เป็นเมนูที่ มีคีย์รัดเยอะขึ้น ดีไซน์ออกมาให้มองและเข้าใจง่ายขึ้น

ส่งข้อมูลแบบไร้สาย เพลิดเพลินกับการเชื่อมต่อและความยืดหยุ่นด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi ภายในตัวเครื่อง* สามารถแบ่งปันหรือส่งข้อความจากไฟล์บน Smart Devices ของคุณได้ง่าย โดยใช้ Application “Epson iProjection” เพื่อการฉายภาพ ที่สวยงามและราบรื่น

*ต้องใช้ Wireless LAN Adaptor ELPAP10

การแยกจอภาพ สามารถแยกจอโดยการเชื่อมต่อ inputs สัญญาณได้จาก 2 แหล่งที่มา เพื่อแสดงภาพแยกกัน บนจอภาพเดียวกัน เพื่อการประชุมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการประชุมแบบ video conference ตัวอย่างเช่น ภาพและเนื้อหาในการนำเสนอและผู้เข้าร่วมประชุมที่อยู่ไกล สามารถแสดงพร้อมกันได้

ในกรณีที่ต้องการ แสดงงานพร้อมกัน ก็สามารถแบ่งขึ้นพร้อมกันได้ดั่งใจ

อายุการใช้งานหลอดไฟยาวนาน ด้วยอายุการใช้งานของหลอดไฟยาวนาน10,000 ชั่วโมงในโหมด ประหยัดพลังงาน ทำให้การเปลี่ยนหลอดไฟน้อยลง ช่วยประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย


อยากจะบอกว่า รุ่นนี้ยังมีฟังชั่นเดิมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานอยู่เหมือนเดิม ถ้ากำลังมองหาเครื่องโปรเจคเตอร์ ความละเอียดระดับ HD สักตัว ผมอยากให้คุณลองเอารุ่นนี้ไปใส่เข้าไปในลิสต์การเลือกซื้อของคุณ ดีไม่ดีคุณอาจจะได้เลือกซื้อรุ่นนี้ก็ได้

สั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Projector BenQ W1110

Projector BenQ W1110 เบ้าสวย งานดี มีทอน

หลังจากการเปลี่ยนผ่านของซีรี่ย์ W1070+ ที่สร้างชื่อให้บิ๊กเนมจากไต้หวัน BenQ ขึ้นผงาดเป็นที่จับตามองของบรรดาขาใหญ่ ขาเล็ก ขาเดฟ และอีกหลายๆ ขา ต้องอึ่ง ทึ่ง ว้าว กับการรังสรรค์ภาพระดับมาสเตอร์ แต่เผอิญราคาจับต้องได้แทบทุกระดับ ทำให้ BenQ ขยับไปทางไหนล้วนแล้วแต่อยู่ใต้ภายใต้การจับจ้องจากคอหนังถ้วนทั่ว

และแล้วเวลาก็มาถึง บัดนี้ได้เวลาอันควรกับการเปิดตัวอีกหนึ่งเรือธง ผู้ก้าวยืนขึ้นแท่นสปอร์ตไลท์ให้ท่านทั้งหลายได้สัมผัส

ขอเชิญทุกท่านพบกับ “BenQ W1110”

ทรงดี เบ้าสวย ลดเส้นตรงเพิ่มเส้นโค้ง ดูแพงกว่าเดิม

รูปร่างหน้าตาดูโค้งมนมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับ W1070+ แต่ตัวฐานขยายออกด้านข้างอย่างชัดเจนพร้อมความหนาของตัวเครื่องที่เพิ่มขึ้น จึงดูเทอะทะกว่าแต่นั้นไม่ได้ทำให้ความงามของ Projector BenQ W1110 ด้อยลงเลยแม้แต่น้อย

เปรียบเทียบกันตัวตัว ระหว่างรุ่นพี่ W1070+ และรุ่นน้อง W1110

ด้วยขนาดตัวเครื่องโอ่อ่า การใส่ลำโพงคู่ขนาด 10 วัตต์ มาในตัวพ่วงเทคโนโลยีของ BenQ Audio Enhancer ที่ทาง MaxxAudio เป็นผู้พัฒนา สร้างความสุนทรีย์ทางด้านเสียงให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่น W1070+

ลำโพงขนาด 10 วัตต์ มาได้จัดมาเล่นๆ

นอกจากนั้น การปรับช่อง Lens Shift ให้ใช้งานสะดวกขึ้น แถมยังออกแบบซ่อนแอบได้เนียนตา โดยรวมเอา Zoom และ focus ให้เข้าไปอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว หากเทียบกับ W1070+แล้ว ต้องลำบากหาอุปกรณ์มาหมุนหรือไขและยังต้องแยกออกมาโดดแล้ว ต้องยอมรับถึงความเอาใจใส่ของเจ้าของผลิตภัณฑ์

ฝาเปิดปิดเมื่อเทียบกันระหว่าง W1070+ และ W1110 ที่ทำได้ดีกว่า

ตอนนี้ยังถือว่าน้ำจิ้มให้ชิมในเบื้องต้น ให้ชมอย่างผิวๆ รอจัดหนักกันอีกครั้ง ติดตามกันนะครับที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector Acer H7550ST

Acer H7550ST (Home Theater) Projector ที่ออกแบบมาเพื่อคอหนังโดยเฉพาะ รูปทรงค่อนข้างใหญ่แต่มีความแข็งแรง และทนทาน มีช่องระบายความร้อนอย่างดีเยี่ยม มาพร้อมกับลำโพง ระบบสเตอริโอในตัว กำลังเสียงมากถึง 10W

Quick Overview

ความสว่าง(ANSI Lumens)3,000
ความละเอียด(พิกเซล) Full HD (1920×1080)
Contrast เท่ากับ16,000:1
การรับประกัน ตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1,000 ชม.

Connectivity-ช่องต่อสัญญาณ

ช่องต่อ พอร์ต HDMI ข้างในที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเครื่องเอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับ Wireless Adapter พอร์ตด้านนอกก็สามารถเชื่อมต่อได้เหมือนกัน แต่ควรใช้ต่อกับอุปกรณ์อื่นๆดีกว่า

ช่องต่อทั้งหมดของ Acer H7550ST

1.HDMI x 3
2.RS232
3.USB
4.DC 5V Out
5.S Video
6.VGA In
7.VGA Out
8.Component
9.Audio In
10.Audio Out
11.AC In

Picture

เลนส์ฉายภาพรูรับแสงกว้าง F2.6วงแหวนซูมภาพ เข้า-ออกแผงควบคุม ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ

Picture 3D

Sound

ระบบเสียงของลำโพงถือว่าเยี่ยมครับ เพราะมีลำโพงติดตั้งมาในเครื่องถึงสองตัว ซ้าย-ขวา ที่ให้พลังเสียงข้างละ 10W รวมเป็น 20Wเจ๋งจริงๆ

จุดเด่นของ Projector Acer H7550ST รุ่นนี้ยังไม่หมด ตัวเครื่องสามารถใช้งานไร้สายได้อีกด้วย สามารถแชร์กันได้ตั้ง 4 เครื่อง พร้อมๆกัน สะดวกสบาย ไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก

อุปกรณ์ที่มากับตัวสินค้ามีอะไรบ้างเรามาดูกันครับ

– กระเป๋าโปรเจคเตอร์
– แว่นตาสามมิติแบบ Active x 2
– คู่มือการใช้งาน
– สายไฟ AC Power
– สาย HDMI

จบแล้วครับสำหรับการรีวิวโปรเจคเตอร์ในครั้งนี้ หากมีการผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับผม และถ้าต้องการหาข้อมูเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็น spec หรือข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับโปรเจคเตอร์นั้น สามารถค้นหาได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector EPSON EB-U32

REVIEW Projector EPSON EB-U32 คุณภาพระดับ Full HD

ถ้าคุณกำลังมองหาโปรเจคเตอร์ซักตัวที่ตอบโจทย์ในเรื่องของความคมชัดระดับสูง และสีสันสมจริง อีกทั้งยังมีมุมมองที่กว้างขึ้นด้วย แต่ราคาสามารถเอื้อมถึงได้ เราอยากแนะนำ Projector EPSON EB-U32 เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด

คุณภาพระดับ Full HD*

เพิ่มประสบการณ์การรับชมที่ดีเยี่ยม ด้วยภาพที่มีความละเอียด 1,920 x 1,200 ระดับ WUXGA และรูปไม่ผิดเพี้ยนผ่านวิดีโอ Blu-ray และสื่อกราฟิกอื่นๆ ช่วยให้มั่นใจได้ว่า ภาพที่ฉายผ่านจอภาพขนาดใหญ่ มีสีสันสดใส คมชัด เสมือนจริงและสมบูรณ์แบบที่สุด

อัตราส่วนความคมชัดสูง

เพิ่มสีสันสดใสให้งานนำเสนอของคุณด้วยความสว่างสูง 3,200 lumens และอัตราส่วนความคมชัดสูงถึง 15,000:1 ช่วยให้คุณสามารถฉายภาพ ที่มีความคมชัด สดใส สวยงาม โดยไม่ต้องกังวลกับแสงสว่างโดยรอบ

 

สีสันสดใส เพื่องานฉายภาพแบบมืออาชีพ

เทคโนโลยี 3LCD เอกลักษณ์เฉพาะจากเอปสัน จะให้ภาพโดยใช้หลอดภาพฉายแสงผ่านกระจกสามสีได้แก่ สีน้ำเงิน, สีเขียวและสีแดง จากนั้นแสงสีทั้ง 3 สีจะถูกนำมาผสมสีในแท่งปริซึ่มภายในตัวเครื่อง และปล่อยภาพที่ผสมสีเสร็จเรียบร้อยแล้วออกสู่จอรับภาพ ทำให้ได้ภาพที่มีสีสันที่เต็มอิ่ม คมชัดสดใส ไม่เกิดปัญหาสีเหลื่อม

ประหยัดค่าใช้จ่าย อายุการใช้งานหลอดไฟยาวนาน

ด้วยอายุการใช้งานของหลอดไฟยาวนาน 10,000 ชั่วโมงในโหมด ประหยัดพลังงาน ทำให้การเปลี่ยนหลอดไฟน้อยลง ช่วยประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย

 

ปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวนอน

นำเสนองานที่มีประสิทธิภาพได้ทุกที่ภายในห้อง ด้วยปุ่มปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมู แบบสไลด์ที่ใช้งานง่าย การแก้ไขจอภาพสามารถทำได้รวดเร็ว ง่ายดายและแม่นยำ แม้ในพื้นที่ที่จำกัด ด้วยการตรวจสอบและปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวตั้งโดยอัตโนมัติ คุณไม่จำเป็น ต้องปรับภาพเองด้วยมือให้ยุ่งยากอีกต่อไป และช่วยให้ไม่ขัดจังหวะการนำเสนองาน ของคุณด้วย

 

การเชื่อมต่อที่หลากหลาย

คุณสมบัติการเชื่อมต่อที่ทันสมัย ช่วยให้งานนำเสนอ ของคุณสะดวกง่ายดาย ด้วยอินเตอร์เฟสที่หลากหลาย คุณสามารถเลือกการเชื่อมต่อได้หลายวิธี รวม HDMI, VGA และ LAN นอกจากนี้ โปรเจคเตอร์ EB-U04 และ EB-U32 มาพร้อมช่องเสียบ HDMI ซึ่งเป็น MHL-enabled เพื่อการใช้งานรูปแบบดิจิตอล เพียงแค่เชื่อมต่ออุปกรณ์ของคุณที่รองรับ MHL ด้วยสายเคเบิล MHL เพื่อความเพลิดเพลินกับเนื้อหา บนจอภาพขนาดใหญ่ ขณะเชื่อมต่อคุณสามารถชารจ Smart Device ของคุณได้ และควบคุมโดยการใช้ รีโมทคอนโทรลของโปรเจคเตอร์

 

ส่งข้อมูลแบบไร้สาย

เพลิดเพลินกับการเชื่อมต่อและความยืดหยุ่นด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi ภายในตัวเครื่อง* สามารถแบ่งปันหรือส่งข้อความจากไฟล์บน Smart Devices ของคุณได้ง่าย โดยใช้ application “Epson iProjection” เพื่อการฉายภาพ ที่สวยงามและราบรื่น

ฉายภาพจากคอมพิวเตอร์ได้พร้อมกันหลายเครื่อง

ด้วยการควบคุมของเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก สามารถเชื่อมต่อจอภาพ ได้50 จอ ผ่านการฉายภาพจากคอมพิวเตอร์ได้พร้อมกันหลายเครื่อง ผ่านโปรเจคเตอร์เพียงเครื่องเดียว เครื่องคอมพิวเตอร์หลักทำหน้าที่เป็นตัวกลาง และเลือกสื่อจาก PCS หรือ Smart Devices ได้สูง4 จอภาพ เพื่อฉายภาพ พร้อมกัน ด้วยฟังก์ชั่นการทำหน้าที่ตัวกลางนี้ คุณสามารถควบคุมและป้องกัน การรบกวนจากสิ่งที่กำลังฉายบนจอภาพได้

จอภาพแยก

จอภาพแยกสามารถ inputs สัญญาณได้จาก 2 แหล่งที่มา เพื่อแสดงภาพแยกกัน บนจอภาพเดียวกัน เพื่อการประชุมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการประชุมแบบ video conference ตัวอย่างเช่น ภาพและเนื้อหาในการนำเสนอและผู้เข้าร่วมประชุมที่อยู่ไกล สามารถแสดงพร้อมกันได้

Home Screen

สามารถเข้าถึงและดูฟังก์ชั่นที่ใช้งานบ่อยได้ทันทีผ่านหน้าจอหลัก ดูข้อมูลทั้งหมด จากทุกแหล่งข้อมูลได้อย่างสะดวกสบาย และข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการจะแสดง ผ่านหน้าจอหลัก และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ง่ายดายอย่างไม่เคยมีมาก่อน

Auto Power On

ฟังก์ชั่นเปิดอัตโนมัติ โปรเจคเตอร์จะเปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบสัญญาณฉายภาพผ่านสายเคเบิล VGA เพิ่มความสะดวกง่ายดายในการนำเสนอของคุณ

Auto Source Search

สามารถตรวจสอบแหล่งข้อมูลเข้า ได้โดยอัตโนมัติ และเริ่มต้นฉายภาพได้ทันที โดยที่คุณไม่ต้องสลับแหล่งข้อมูลเอง

สีสันที่สมจริง มีชีวิตชีวา ด้วยค่าความสว่างของแสงสีที่โดดเด่น

เพราะโปรเจคเตอร์ของคุณไม่ได้ถูกใช้เพื่อฉายแต่ภาพ ขาว-ดำ โปรเจคเตอร์ที่ใช้ฉายภาพนั้นจะฉายแสงออกมาสองประเภทคือ แสงขาว (White Light Output) และ แสงสี (Colour Light Output) โคยมีค่าวัดความสว่างของโปรเจคเตอร์ เป็นหน่วย “ลูเมนส์” Lumens การเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ทั่งไป คนส่วนมากจะพิจารณาจากความสว่างของโปรเจคเตอร์นั้นๆ เช่น 3,000 Lumens และมีน้อยคนที่จะรู้ว่าค่าความสว่างของโปรเจคเตอร์ที่ถูกนำเสนอออกมานั้น เป็นแค่ความสว่างของแสงขาวเท่านั้น ค่าแสงสีที่ออกมานั้นจะมีความสว่างต่ำกว่าถึง 1 ใน 3 ของค่าความสว่างของแสงสีขาว ทำให้ภาพที่ออกมานั้นมีสีทึบ มืดมน กว่าที่ควรจะเป็น แต่ PROJECTOR EPSON ได้ถูกออกแบบและพัฒนาให้มีความสว่างแสงสีเทียบเท่าแสงขาว ประกอบกับ เทคโนโลยี 3LCD ที่ให้สีสันของภาพเที่ยงตรงแม่นยำ ทำให้ภาพที่ออกมามีสีสันเต็มอิ่ม มีชีวิตชีวา นำเสนอภาพด้วยความสว่างที่แท้จริง และเต็มความสามารถอย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลเพิ่มเติม
    • หลอดภาพ มีอายุการใช้งานทนทาน โหมดปกติได้ 5,000 ชั่วโมง โหมดประหยัดได้นาน 10,000 ชั่วโมง
    • หลอดภาพมีราคา 3,750 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ และอายุการใช้งานก็นานกว่า
    • มีระบบมัลติสกรีน (Multi Screen) สามารถแสดงภาพบนจอโปรเจคเตอร์ได้สูงถึง 2 หน้าจอ
    • ใช้ระบบ A/V Mute Lens Shutter ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 70%
    • การเปลี่ยนหลอดฉายภาพ สามารถถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากที่ เช่นเมื่อแขวนบนเพดานเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป
สรุป

จากการทดลองใช้งานโปรเจคเตอร์ Epson รุ่น EB-U32 ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการใช้งานครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือแม้แต่การแสดงผลผ่าน iPhone, iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android

อย่างไรก็ดีการใช้งานยังมีข้อจำกัดบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากแอพ iProjection ไม่รองรับการเปิดไฟล์วิดีโอได้ รวมถึงการติดตั้งก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อให้เครื่องเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ อย่างไรก็ดีการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF, Word, Excel, Power Point หรือ iWork ก็ทำได้ดี และสะดวกทีเดียว


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือค้นหาสินค้าเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://projectorpro.in.th

การใช้งานโปรเจคเตอร์ อย่างถูกวิธี

1. จะต้องต่อสายสัญญาณต่างๆ เช่น RGB, Video หรือ Audio ระหว่างคอมพิวเตอร์กับโปรเจคเตอร์ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเสียบปลั๊กเปิดเครื่อง เพื่อความปลอดภัยของโปรเจคเตอร์และคอมพิวเตอร์ของคุณ เนื่องจากการต่อสายสัญญาณต่างๆหลังจากที่เปิดเครื่องแล้วอาจจะทำให้ Port หรือจุดต่อสัญญาณของโปรเจคเตอร์และคอมพิวเตอร์ของคุณเสียหายได้ถ้าหากมแรงดันไฟฟ้า ระหว่างกราวด์ของคอมพิวเตอร์และโปรเจคเตอร์ต่างกัน นอกจากนั้นอาจทำให้ภาพที่ฉายออกจอโปรเจคเตอร์ไม่ถูกต้องหรือไม่ออกเนื่องจากสัญญาณที่ส่งจากคอมพิวเตอร์ไม่ Sync กับโปรเจคเตอร์ซึ่งจะต้องเสียเวลาสำหรับปรับแต่งใหม่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและลดขั้นตอนการใช้งานจึงแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวทุกครั้ง

2. ในกรณีมีการพักหรือเบรคระหว่างการประชุม การปิดเครื่องโปรเจคเตอร์เพื่อประหยัดอายุหลอดเป็นความคิดที่ผิด เนื่องจากในระหว่างการเปิดเครื่องจะต้องใช้ไฟฟ้าแรงดันสูงกว่าในขณะที่หลอดสว่างเต็มที่ดังนั้นการเปิดเครื่องระหว่างที่หลอดยังร้อนอยู่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่หลอดภาพเสื่อมก่อนเวลาอันสมควร ซึ่งตามสถิติพบว่าโปรเจคเตอร์ที่ใช้งานต่อเนื่องจะมีอายุหลอดมากกว่าโปรเจคเตอร์ที่มีระยะเวลาการใช้แต่ละครั้งน้อย แต่มีการปิด-เปิดบ่อย ดังนั้นในกรณีที่ต้องการพักการประชุมเป็นเวลาสั้นๆ เช่น Coffee Break แนะนำให้กดปุ่ม Mute บนรีโมทเพื่อปิดภาพชั่วคราวแทนการปิดเครื่อง

3. หลังจบการประชุมจะต้องปิดเครื่องโดยกดปุ่ม Power บนตัวเครื่องหรือบนรีโมทเท่านั้น ห้ามปิด Main Switch หรือยก Breaker หน้าห้องประชุมเด็ดขาดคะ เพราะการทำดังกล่าวจะทำให้อายุการใช้งานหลอดภาพลดลงโดยที่ท่านไม่รู้ตัว และก่อนถอดสาย Power ออกเพื่อเก็บเครื่องลงกระเป๋าจะต้องแน่ใจว่าพัดลมระบายความร้อนหยุดหมุนแล้วเท่านั้น ซึ่งโปรเจคเตอร์รุ่นปัจุบันจะใช้เวลาระบายความร้อนหลอดหรือที่เรียกว่า Cooldown น้อยลงมากโดยที่ไม่ทำให้ท่านเสียเวลารอเหมือนโปรเจคเตอร์ในยุคแรกๆ

รู้วิธีที่ถูกต้องกันแล้ว หากสนใจสั่งซ์้อโปรเจคเตอร์สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector BenQ W1070+

REVIEW Projector BenQ W1070+ ความคมชัดระดับ Premium

วันนี้เราเข้าโหมด ดูหนังกันดีกว่า ว่าด้วยเครื่องฉายหนังระดับ Premium ในบ้านเราก็มีเยอะใช่ย่อยนะครับ แต่รุ่นไหนยี่ห้อไหนบ้างที่ประสิทธิภาพสูงแถมยังราคาเบาๆอีกจากที่เคยทดสอบมาบ้างแล้ว ผมมีโปรเจคเตอร์ หนึ่งรุ่นแนะนำ นั้นคือ BenQ W1070+ เป็นโปรเจคเตอร์ที่ Upgrade จากตัวแรกที่เคยได้รับคำชมอย่างล้นหลาม มาแล้ว


หน้าตาเครื่อง W1070+ แทบจะไม่ต่างจาก W1070 เลย

เรามาดูกันว่า มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง เริ่มกันที่ MANU ของเครื่องมีการปรับแต่งให้ดู Smart และใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ายังอยากใช้ MANU รูปแบบเดิมก็สามารถปรับเป็น Mode Advance ได้เช่นกัน


หน้าตาเมนูใหม่ ซึ่งจัดให้ดูง่าย สบายตา


เมนูสำหรับการติดตั้ง BenQ เลือกสื่อสารด้วยรูปภาพทำให้มือใหม่หัดเล่นเข้าใจได้ง่าย

มาถึงเรื่องการปรับภาพกันบ้าง ปกติเราจะเจอปัญหาในการติดตั้งเครื่องว่าจำเป็นต้องตั้งตรงกลางจอเท่านั้น แต่ปัจจุบันเครื่องรุ่นใหม่ๆ ของ BenQ จะใส่ฟังค์ชั่น 2D Keystone มาให้ ทำให้ตำแหน่งการเครื่องไม่จำเป็นต้องอยู่กลางจอเสมอไป ซึ่งรวมถึง รุ่น W1070+ ด้วย

รวมไปถึงระบบ Lens Shift ที่ยังคงไว้เพื่อการแก้ตำแหน่งภาพที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าโดยไม่ต้องทำการเปลี่ยนตำแหน่ง ช่วยให้ยิ่งทำให้การติดตั้งง่ายดายยิ่งขึ้น


ตำแหน่งการวางเครื่องไม่จำเป็นต้องอยู่กลางจออีกต่อไป และ Lens Shift ที่มีมาให้

ตามมาด้วยอีกหนึ่ง gedget ใหม่น่าสนใจ แต่ยังไม่มีในประเทศไทย คือ Wireless FHD Kit เป็นอุปกรณ์เสริมที่จะทำให้คุณสัมผัส กับการใช้งานแบบไร้สายล้ำๆ


อุปกรณ์ Wireless FHD kit

โดยรวมแล้วถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจกับฟังค์ชั่นและอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา แต่ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของมิติภาพที่ดีขึ้น ด้วยความสว่างที่เพิ่มขึ้นเป็น 2200 ANSI lumen แถมด้วยการันตีจาก isf เพิ่มขึ้นมาอีก หากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง W1070 ยิ่งทำให้โดดเด่นมากขึ้น ระบบ 3D ดูเนียนตาขึ้น แถมแว่นรุ่นใหม่นี้บางและเบากว่าเดิมเยอะเลยครับ


ไม่ว่าจะเป็นฉากมืดที่ยังคงให้มิติและอารมณ์ของภาพได้ดี ฉากที่มีความสว่างก็ยังคงมีมิติและสีที่สดด้วยเช่นกัน

สรุปครับ เป็นโปรเจคเตอร์ที่บอกได้เลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาสำหรับมือใหม่และมือสมัครเล่นอย่างเราๆ ไม่ว่าจะเป็นฟังค์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อรองรับการติดตั้งที่ง่ายในทุกสถานการณ์และทุกสถานที่ รวมไปถึงคุณภาพของภาพและความสวยงามของดีไซด์ตัวเครื่องที่เคยได้รับคำชมมาแล้ว คงจะพอทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการเลือกซื้อนะครับ แล้วคุณจะได้เปิดโลกทรรศน์แห่งความบรรเทิงเริงใจ

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์เบ็นคิวได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq.html

REVIEW Projector Acer K138STi

Design-การออกแบบ


Acer Projector K138STi ตัวเครื่องได้เพิ่มสเป็คและพัฒนาดีไซน์มากจากรุ่น K137I บวกกับการพัฒนาเลนส์ของ Projector ให้ฉายระยะใกล้ๆแต่มีขนาดของภาพใหญ่ขึ้น เพียงวางตัวเครื่อง K138STi ที่ระยะ 1.7M ก้อจะได้ขนาดของจอภาพที่ 100″ นิ้วเลยที่เดียว ตัวเครื่องออกแบบให้ทันสมัย ดีไซน์โฉบเฉี่ยว แต่ขนาดกระทัดรัด พกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายเพียงหนักแค่ 1 Kg เท่านั้นเอง สำหรับ K138STi ทางด้าน Acer ได้พัฒนาลำโพงสเตอริโอจากเดิม 3 วัตต์ตัวเดียวแต่ แต่ K138STi มีให้ถึงสองตัวเพื่อเพิ่มความดังมากขึ้นจากเดิม Speaker DTS 3W*2 และยังสามารถเชื่อมต่อ Wirelessไร้สาย พร้อมมีแบตเตอรี่ในตัวอีกด้วย มาดู Body Acer Projector K138STi ยังมีฟังชันท์ปุ่มเมนูหลักบนตัวเครื่อง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน และยังบอกสถานะการใช้งานของแบตเตอรี่ Projector ได้อีกด้วย

Quick Overview
– ความสว่าง(ANSI Lumens) 800
– ความละเอียด(พิกเซล)1280×800 (WXGA)
– Contrast 100,000:1
– การรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1,000 ชม.Built-In Battery

Accessories อุปกรณ์ที่มากับตัวสินค้ามีอะไรบ้างเรามาดูกันครับ
1. ตัวเครื่อง Acer K138STi
2. กระเป๋าใส่ตัวเครื่อง พร้อมสายสะพายไหล่
3. อแดปเตอร์ไฟ
4. สายสัญญาณ
5. สาย VGA
6. รีโมทควบคุม

ช่องต่อสัญญาณ ด้านหลังตัวเครื่องก็จะเป็นช่องระบายความร้อนตรงกลางเล็กๆ และก็ช่องต่อสายสัญญาณต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งาน
1. VGA Port
2. HDMI MHL
3. USB
4. Minimicro SD Card
5. LAN
6. USB DC 5V OUT
7.Audio In และ Out สำหรับแจ็ค 3.5mm

Special Features
ฉายใกล้ได้ภาพใหญ่ 100″ @ 1.7m
Built-in Wireless Built-in
Battery 11,000mha
Speaker DTS 3W * 2
2 GB Internal Memory
HDMI® (MHL™)
USB – card reader
MS office & PDF Viewer
Acer LumiSense+ intelligent Ambient Light Sensor ซึ่งจะช่วยให้โปรเจ็กเตอร์ปรับความสว่างของภาพ และความอิ่มตัวของสีตามสภาพแสงของสถานที่นั้นๆ

เป็นยังไงกันบ้างครับ จากที่อ่านมาแล้วรู้สึกสนใจ Projector Acer K138STi กันบ้างหรือเปล่าครับ หากยังไม่ถูกใจไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ยังอยากดู “เอเซอร์ โปรเจคเตอร์” รุ่นอื่นๆแล้วล่ะก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/acer.html

โปรเจคเตอร์ LED

หรือ LED: โปรเจคเตอร์แบบใหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมีการสร้างสรรค์แหล่งแสงสว่างชนิดใหม่ขึ้นสำหรับโปรเจคเตอร์ข้อมูล ถึงแม้ว่าไฟอาร์กตามปกติจะให้ความสว่างมาก แต่เทคโนโลยี LED แบบใหม่ที่ปราศจากหลอดไฟ ก็กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แหล่งแสงสว่าง: หลอดไฟกับ LED
คำกล่าวที่ว่า “พึงใส่ใจสภาพแวดล้อม” ได้รับการตีความหมายใหม่ เมื่อคุณกำลังพิจารณาที่จะซื้อโปรเจคเตอร์ข้อมูล เนื่องจากคุณมีทางเลือกระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้หลอดไฟตามปกติ กับอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี LED “แบบปราศจากหลอดไฟ” ที่ใหม่กว่า ทั้งสองประเภทต่างสนับสนุนเทคโนโลยี DLP และ LCD แล้วคุณจะตัดสินใจว่าจะแนะนำแบบใดให้แก่บริษัทของคุณ ในการเลือกอย่างเหมาะสมเพื่อการใช้งาน คุณจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีเหล่านี้และประโยชน์ที่จะได้รับ

วิธีการทำงาน: โปรเจคเตอร์หลอดไฟแบบปกติ
ในโปรเจคเตอร์ DLP แสงจากไฟอาร์กจะส่องลงบนพื้นผิวของชิป DLP ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีกระจกชิ้นเล็กๆ (หนึ่งชิ้นสำหรับหนึ่งพิกเซล) ติดตั้งเอนไปทางด้านหน้าและด้านหลัง จากนั้น แสงจะถูกนำพาเข้าไปในเส้นทางของเลนส์หรือออกห่างจากเลนส์ โปรเจคเตอร์ LCD ทำงานด้วยวิธีการที่ต่างออกไป มีการใช้หลอดไฟหรือ LED พร้อมๆ กับแผงผลึกเหลว (LIQUID CRYSTAL) นับล้านที่ยอมให้แสงเดินทางผ่านได้

หลอดไฟปกติจะเริ่มต้นด้วยแสงขาว แล้วจึงแยกความยาวคลื่นเป็น สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน (RGB) โดยใช้องค์ประกอบออปติคัลพิเศษที่เรียกว่า ไดครอลิกฟิลเตอร์ (DICHROIC FILTER) ความยาวคลื่น RGB ที่แยกจากกันจะถูกควบคุมไว้สำหรับแต่ละพิกเซล (องค์ประกอบภาพ) และเพื่อใช้กำหนดความเข้มของแสง แสงที่อยู่ภายใต้การควบคุมจะถูกส่งผ่านแผง LCD ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเทคโนโลยีส่องผ่านแสง (TRANSMISSIVE TECHNOLOGY) หรือไม่ก็สะท้อนตัวออกจากกระจกแผ่นเล็กๆ ของ DLP ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเทคโนโลยีการสะท้อนแสง (REFLECTIVE TECHNOLOGY)

วิธีการทำงาน: LED
LED ส่องแสงผ่านแผง LCD สามแผง ซึ่งแต่ละแผงมีส่วนประกอบของผลึกเหลวนับพัน (หรือนับล้าน) ที่สามารถกำหนดให้เปิด ปิด หรือปิดในบางตำแหน่งได้ เพื่อยอมให้แสงส่องผ่าน
LED เป็นองค์ประกอบ RGB ที่สร้างความยาวคลื่นหลักสำหรับเครื่อง 3LCD หรือเครื่องออปติคัล DLP หลอดไฟตามปกติให้ความสว่างมาก แต่จะไม่มีอายุยาวนานเท่ากับ LED และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแทน ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายรวมในการเป็นเจ้าของเพิ่มขึ้น

LED กำลังมาแรง
โปรเจคเตอร์ใหม่ล่าสุดบางแบบมีการใช้งาน LED กำลังสูงเป็นแหล่งแสงสว่าง LED ย่อมาจาก “LIGHT EMITTING DIODE” (ไดโอดเปล่งแสง) ดังเช่นที่ตัวย่อนี้บ่งบอกความหมาย LED โดยตัวของมันเองแล้วเป็นแหล่งแสงสว่างอิเล็กโทรลูมิเนสเซนต์ (ELECTROLUMINESCENT) ดังนั้น คุณจึงไม่จำเป็นต้องใช้หลอดไฟธรรมดา

เครื่องโปรเจคเตอร์ LED “แบบปราศจากหลอดไฟ” ช่วยยกระดับการฉายข้อมูลให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น เนื่องจากเครื่องเปล่งแสงมากถึง 1,000 ANSI LUMENS สำหรับภาพที่มีความสว่างมากเป็นพิเศษ อุปกรณ์พัฒนาล้ำยุคเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากแหล่งแสงสว่าง LED ขั้นสูงที่ประกอบด้วยสามสี เพื่อส่งมอบช่วงสีที่สดสวย โดยที่มีสีแดง เขียว และน้ำเงินที่เข้มจัด ข้อสำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้ที่เป็นธุรกิจคือ คุณสมบัติของความเสถียรของรูปภาพจากเครื่องโปรเจคเตอร์ สีสันที่อิ่ม และการแสดงผังธุรกิจและเนื้อหามัลติมีเดียได้ในสีสันสวยงามและแม่นยำ ดังนั้น ผู้นำเสนอจึงมีอิสระที่จะจดจ่อกับเนื้อหาข้อความที่นำเสนอได้อย่างเต็มที่ และเมื่อพูดถึงสีสัน เครื่องโปรเจคเตอร์ LED เป็นผลิตภัณฑ์ “สีเขียว” เนื่องจากปราศจากสารที่เป็นอันตราย และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามคำสั่ง ROHS ซึ่งเป็นหลักมาตรฐานว่าด้วยขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้โดยสหภาพยุโรป

ประหยัดพลังงานและอายุการใช้งานยาวนาน
แล้วคุณจะต้องยินดีที่ได้ทราบว่า โปรเจคเตอร์ LED ใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องแบบหลอดไฟปกติ ซึ่งในบางกรณีน้อยกว่าถึง 30 เปอร์เซ็นต์ คุณลักษณะอื่นๆ ด้านการประหยัดพลังงานที่ควรมองหา: โหมดสแตนด์บายที่มีคุณสมบัติรีสตาร์ททันทีและปรับความสว่างตามสภาพแสงภายในห้อง คุณยังจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับแหล่งแสงสว่างได้ ทั้งนี้เพราะ LED เป็นจำนวนมากสามารถมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 30,000 ชั่วโมง (ประมาณ 20 ปี) ซึ่งทำให้การเปลี่ยนหลอดไฟที่สิ้นเปลืองกลายเป็นเรื่องในอดีตไป นอกจากนี้ จะไม่มีความล่าช้าในการที่แหล่งแสงอุ่นเครื่องหรือปรับตัวให้เย็นลง

เลือกให้ถูก
ทั้งโปรเจคเตอร์หลอดไฟแบบปกติและโปรเจคเตอร์ LED ต่างก็มีจุดแข็งของตนเอง อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเลือกตัวเลือกใดก็ตาม คุณก็จะได้คุณภาพภาพของภาพที่ดียิ่งขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมา ขณะที่คุณยืนอยู่ต่อหน้ากลุ่มผู้ชมและทำการนำเสนอ แน่นอนว่า คุณจะต้องประทับใจในคุณภาพ และข้อสำคัญที่สุด ผู้ชมของคุณก็จะสังเกตเห็นได้ถึงความแตกต่างเช่นกัน

สามารถหาข้อมูลเรื่องโปรเจคเตอร์เพิ่มเติมได้ที่  https://projectorpro.in.th/

Projector EPSON EB-X36

REVIEW Projector EPSON EB-X36 ครบเครื่องสำหรับใช้ในออฟฟิศ
ถ้าพูดถึงโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศ สำนักงาน หรือบริษัทต่างๆ หลายคนก็จะนึกถึง Epson ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในไทยมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว
ตอนนี้ Epson ได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ EB- X36 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถใช้กับทั้งพีซีและเครื่องMac รวมถึงยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad หรือแม้แต่ Apple TV ได้อีกด้วย

ดีไซน์และการออกแบบ
โปรเจคเตอร์ Epson EB- X36 ถือเป็นรุ่นท็อปในระดับใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน แต่ขนาดของเครื่องไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย โดยมีความกว้างยาวอยู่ที่ 269 x 297 มิลลิเมตร และหนาเพียง 87 มิลลิเมตร ด้านหน้าของเครื่อง มีการออกแบบให้ช่องระบายความร้อนอยู่ด้านหน้าเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางกลางโต๊ะ จะไม่ทำให้คนที่ทำงานด้านข้างรู้สึกร้อนไปด้วยแบบเครื่องยี่ห้ออื่น


ด้านบนเป็นแผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ, ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่องและรุ่นใหม่ที่ออกมายังมีปุ่ม HOME ที่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ


ด้านล่าง พร้อมขาตั้งในตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลังมุมซ้ายขวาสามารถปรับเอียงซ้ายขวาได้ตามใจท่านชอบเลยครับ


ด้านหลังเป็นแผงเชื่อมต่อซึ่งมีหลายช่องทางมากๆ
• HDMI 1 พอร์ต
• VGA 1 พอร์ต
• S-Video
• ช่องต่อแบบ AV 1 ชุด , พร้อม Audio ขาว-แดง
• ช่อง USB – B 1 พอร์ต
• รองรับ USB 1 พอร์ต
ส่วนกลมๆ ที่เห็นด้านขวาสุดจะเป็นเซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณรีโมทครับ


USB Wireless LAN Adapter
รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB Wireless LAN Adapter ELPAP10

เมื่อเปิดไฟล์นำเสนองานอย่าง Keynote ก็แสดงผลได้เป็นปกติ ตัวหนังสืออ่านได้คมชัด คืออัตราความคมชัด (Contrast Ratio) มากถึงระดับ 15,000 : 1 และให้แสงได้ในระดับ 3600 lumen คือปรับสว่างจนแสบตาได้เลย Colour Brightness หรือค่าความว่างของสีเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่เวลาซื้อโปรเจ็คเตอร์ควรต้องดู ค่าความสว่างจะมีหน่วยเป็น

“ลูเมนส์” (Lumens) ยิ่งมีค่ามากยิ่งทําให้ภาพที่ออกมามีความคมชัดมาก ซึ่งโปรเจคเตอร์ EPSON EB-X36 จะมีค่าความสว่างของสีมากถึง 3,600 ลูแมนส์ จะเห็นว่าภาพที่ออกมาบนจอ นอกจากแสงที่สว่างแล้วยังมีสีที่ทําให้ภาพออกมาชัดเจน ลองเปิดคลิปบน YouTube ก็ให้ภาพสีสันจัดจ้าน เห็นการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นด้วย

ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีการ Built-in ลำโพงมาให้ภายในเครื่องด้วย เราสามารถตั้งเปิดเสียงผ่านทางเครื่องโปรเจคเตอร์ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ลำโพง ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่มีลำโพงอย่างเช่น Apple TV สามารถปรับระดับความดังของลำโพงได้ด้วย โดยลองปรับให้ดังระดับสูงสุดก็ได้เสียงที่ดังมากๆ ดังไปถึงห้องข้างๆ และเสียงก็ไม่แตก แต่ถ้าใช้งานทั่วไปแค่ระดับ 4-6 ก็พอแล้ว ทดลองใช้ต่อกับ Apple TV ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทาง HDMI ได้เลย นอกจากจะได้ภาพขึ้นจอแล้ว ยังได้เสียงออกมาทางลำโพงของเครื่องโปรเจคเตอร์อีกด้วย ทดลองใช้ดูคลิปกีฬาที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด ในคุณภาพไฟล์ระดับ 1080p แต่สีที่ได้ค่อนข้างสดไปหน่อย สามารถไปปรับได้ในค่าโหมดสีภาพ

ภาพตัวอักษรที่ได้บนจออ่านได้ง่ายดี อันนี้ต้องยอมรับว่าหลอดภาพให้ความคมชัดสูงมากจริงๆ การปรับภาพทำได้หลายโหมด รวมถึงปรับความสว่าง, ความคม, Contrast, ค่าสีและอีกหลายค่าการแสดงผล

รุ่น EB-X36 นี้มาพร้อมช่องเสียบ USB ทำให้เราสามารถเสียบ Thumbdrive หรือ External Harddisk มาที่เครื่องได้ เมื่อปรับไปโหมด USB จะแสดงรายชื่อไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาบนจอ รองรับไฟล์ภาพ JPEG, BMP, PNG หรือ GIF สามารถเปิดเป็น Slideshow ทั้ง Folder เลยก็ได้

ถ้าเราฉายภาพบนจออยู่แล้วอยากหยุดแสดงภาพชั่วคราว ก็มีระบบ A / V Mute คือแค่กดปุ่มบนรีโมท หรือปิดตัวเลื่อนที่อยู่ตรงเครื่องเข้ามา เครื่องก็จะทำการพักหน้าจอและปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเอากระดาษหรืออะไรมาบังแสงอีกต่อไป

วางเครื่องไว้ด้านข้าง ก็ยังปรับภาพแสดงผลได้ปกติ
ปัญหาของการใช้โปรเจคเตอร์ในออฟฟิศอย่างหนึ่ง คือบางครั้งเราจำเป็นต้องวางตัวเครื่องในมุมด้านข้างของจอ ซึ่งปกติแล้วก็จะได้ภาพที่เอียงและเบี้ยวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู
โปรเจคเตอร์ EB-X36 นี้เครื่องจะปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูโดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องปรับภาพเองด้วยมือให้ยุ่งยากเลยด้วย ทำให้ไม่เสียจังหวะในการนำเสนองาน หากต้องมีการเปลี่ยนมุมของเครื่อง

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android

ความสามารถหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของรุ่น EB- X36 นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wifi ได้ โดยเราสามารถแชร์หน้าจอผ่านทางโปรแกรมที่ชื่อ EasyMP Network Projection ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันบน Mac และ PC Windows (แถมมากับ CD ในเครื่อง หรือโหลดจากเว็บ Epson ได้)

การใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเปิดโปรแกรม EasyMP Network Projection ขึ้นมา เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติ และเราสามารถแชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ การแสดงผลผ่านทาง Wifi จะสามารถควบคุมผ่านแผง Control บนหน้าจอ เช่นหยุดพักภาพชั่วคราวได้ สามารถซ่อนแผงควบคุมนี้ได้เช่นกัน นอกจากแชร์หน้าจอผ่านทางคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Android ขึ้นไปบนจอใหญ่ได้ด้วย โดยจะใช้งานผ่านแอพที่ชื่อ iProjection application ซึ่งสามารถโหลดได้ฟรีเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม
• หลอดภาพ มีอายุการใช้งานทนทาน โหมดปกติได้ 5,000 ชั่วโมง โหมดประหยัดได้นาน 10,000 ชั่วโมง
• หลอดภาพมีราคา 3,750 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ และอายุการใช้งานก็นานกว่า
• มีระบบมัลติสกรีน (Multi Screen) สามารถแสดงภาพบนจอโปรเจคเตอร์ได้สูงถึง 2 หน้าจอ
• ใช้ระบบ A/V Mute Lens Shutter ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 70%
• การเปลี่ยนหลอดฉายภาพ สามารถถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากที่ เช่นเมื่อแขวนบนเพดานเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป

สรุป
จากการทดลองใช้งานโปรเจคเตอร์ Epson รุ่น EB-X36 ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการใช้งานครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือแม้แต่การแสดงผลผ่าน iPhone, iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android

อย่างไรก็ดีการใช้งานยังมีข้อจำกัดบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากแอพ iProjection ไม่รองรับการเปิดไฟล์วิดีโอได้ รวมถึงการติดตั้งก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อให้เครื่องเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ อย่างไรก็ดีการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF, Word, Excel, Power Point หรือ iWork ก็ทำได้ดี และสะดวกทีเดียว

โดยสรุปแล้วโปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 มีจุดเด่นที่ตัวเครื่องขนาดเล็ก มีความคมชัดที่สูงมากนอกจากนั้นยังปรับภาพได้หลากหลาย ปรับภาพในมุมเอียงได้อัตโนมัติ รองรับการเชื่อมต่อจากหลายช่องทาง ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศที่ครบเครื่องทีเดียว

สามารถหาข้อมูลเรื่องโปรเจคเตอร์เพิ่มเติมได้ที่  https://projectorpro.in.th/